"โรงไฟฟ้ายูคาลิปตัส " โอกาสใหม่....ไฮเทคโนโลยี
โดย หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
เวลา 2011-05-12 10:32:42


      

          พลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในบ้านเรา ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
          บริษัท เคบีวัน จำกัด บริษัทในกลุ่มทีม บริษัทด้านที่ปรึกษาด้านพลังงาน
          มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และหันมาพัฒนาโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวลในระดับชุมชนขึ้น โดยการร่วมทุนกับโรงไม้สับ รังสินันท์ วู๊ดชิพ จำกัด
          ทางบริษัทเคบีวันเป็นผู้ที่ลงทุนในเรื่องเทคโนโลยี ส่วนผู้ประกอบการโรงไม้สับลงทุนในเรื่องของเปลือกไม้ยูคาลิปตัสหรือเชื้อเพลิง ที่หลังจากโรงสับไม้ใช้เยื่อไม้แล้วก็จะมีเปลือกไม้เหลือทิ้งจำนวนมาก
          ธงชัย มันตภาณีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเคบีวันกล่าวว่า การใช้เศษจากผลิตผลทางการเกษตรเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้าในบ้านเรา อย่างเช่นแกลบ เหง้ามัน ซังข้าวโพดนั้น มีการนำมาใช้จำนวนมาก และมีการนำไปใช้ในการทำอาหารสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งหายากขึ้นทุกวัน ในขณะที่เปลือกไม้ยูคาลิปตัสนั้นแม้จะให้พลังงานไฟฟ้าต่ำ
          กว่าพลังงานทดแทนตัวอื่น ๆ แต่ก็มีจำนวนมากพอที่จะนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้
          ส่วนการเริ่มต้น บริษัทเริ่มตั้งแต่ทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ก่อน โดยมี3 ส่วนที่ชาวบ้านและทางบริษัทเห็นตรงกันก็คือ เครื่องจักรต่าง ๆ ไม่มีมลพิษน้ำเสีย และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ได้ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น เพราะโรงงานมีการใช้แรงงานและของเหลือจากกระบวนการผลิต เช่น ขี้เถ้า น้ำส้ม นำไปใช้เป็นยาฆ่าแมลง และปุ๋ยได้
          สำหรับเทคโนโลยีในการผลิตนั้นทางบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีจากออสเตรียในการปรับปรุงเครื่องจักรให้เหมาะสมกับเปลือกยูคาลิปตัส
          "เราส่งเปลือกไม้ยูคาลิปตัสไปให้ผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งเรามองหาจากหลายที่ แต่ที่บริษัทนี้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการออกแบบเครื่องมืออยู่แล้ว แต่ใช้ไม้คนละแบบกับเรา แต่เขามีประสบการณ์ในการทำแทนที่เราจะเริ่มต้นพัฒนาเอง เราก็สามารถที่จะเรียนรู้และต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วจะดีกว่า"
          เครื่องจักรที่มีการพัฒนาร่วมกับทางประเทศออสเตรียจะมีทั้งหมด 4 โซนคือ โซนอบแห้ง โซนกลั่นสลาย โซนการเผาไหม้ โซนรีดักชั่น ซึ่งแต่ละโซนสามารถที่จะแยกพัฒนาและทำให้ค่าใช้จ่ายในการนำเครื่องจักรมาจากต่างประเทศลดลงครึ่งต่อครึ่ง คือ จาก 45 ล้านบาท เหลือราว 20 ล้านบาท ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการในส่วนของเครื่องจักร
          โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายต่อให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในแต่ละวันสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ5,000 หน่วย  หรือถ้าจะว่าไปไฟที่ผลิตได้นั้นหมู่บ้านเล็ก ๆ สามารถที่จะใช้กระแสไฟจากโรงงานไฟฟ้านี้ได้อย่างพอ
          เพียงเลยทีเดียว โดยหากมีการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯแล้ว คาดว่าภายใน 7 ปีก็จะคืนทุน
          ในอนาคตบริษัทยังจะขยายโมเดลไปยังภาคใต้ต่อไป โดยการขยายการจับมือกับเจ้าของโรงไม้สับรายอื่นๆ และขยายไปยังภาคใต้ โรงทลายปาล์มรับซื้อทลายปาล์มที่ยังนำมาใช้ไม่ได้ มีความชื้นสูงนำไปทำเชื้อเพลิงต่อไป ธงชัยกล่าวต่อว่า แม้ว่าบ้านเราจะมีสินค้าการเกษตรจำนวนมาก แต่การพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการกับของเหลือ
          ทิ้งเหล่านี้ยังไม่มีประสิทธิภาพพอ และการที่ภาคเอกชนจะแข่งขันได้นั้นก็จะต้องเป็นการมองหาเทคโนโลยีมาต่อยอด ในตลาดที่ยังไม่มีคนเข้ามาจับจองมากนัก
          อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นของโรงงานไฟฟ้าขนาดเล็กนั้นกำลังการผลิตไฟฟ้ายังไม่พอเพียง รวมทั้งเป็นการลงทุน
          ที่สูง จึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามา สนับสนุน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงาน ทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน"ของสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ที่อุดหนุนเงินจำนวน4 ล้านบาทเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ สำหรับนำมาใช้ในโรงไฟฟ้า
          ซึ่งหากเรามองว่าจะไม่เอาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ หรือหากต้องซื้อไฟฟ้าจากลาว แล้วลาวไม่ขายให้ในวันหนึ่งเราจะทำอย่างไร
          บ้านเราต้องหันมาพัฒนาของที่เหลือจากชุมชน และมีกลไกในการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ คนที่มีเทคโนโลยีการผลิตกับคนที่มีโรงงานอุตสาหกรรม มีของเสียจากสินค้าการเกษตร สามารถที่จะนำเอาโมเดลนี้ไปพัฒนาได้--จบ--